สนามจริงของเด็กบริหาร เมื่อท่ามหาราชกลายเป็นห้องเรียนธุรกิจ
Student blog — 14/05/2026
เรียนบริหารธุรกิจที่ ม.หอการค้าไทย ไม่ได้มีแค่ห้องเรียน แต่ได้ลองทำจริง เจอลูกค้าจริง แก้ปัญหาจริง โดยมีอาจารย์คอยโค้ชข้าง ๆ
ถ้าห้องเรียนธุรกิจไม่ได้มีแค่โต๊ะ เก้าอี้ และสไลด์หน้าห้อง
แต่กลายเป็นตลาดจริงริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ที่มีลูกค้าจริงเดินผ่าน มีสินค้าจริงให้ขาย และมีปัญหาจริงให้แก้

เพราะธุรกิจจริงมีรายละเอียดที่ตำราไม่ได้บอกทั้งหมด
- ลูกค้าจริงอาจไม่ได้ตัดสินใจเหมือนในเคส
- ทีมจริงอาจมีปัญหาที่ต้องปรับระหว่างทาง
- และสถานการณ์จริงอาจเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
การเรียนที่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงพยายามพาเด็กออกจากการเรียนแบบ “รู้ไว้ก่อน” ไปสู่การเรียนแบบ “ลองทำให้เป็น”
A: Practice University คือแนวคิดที่ทำให้การเรียนไม่หยุดอยู่แค่ความรู้ในห้องเรียน แต่พานักศึกษาไปฝึกใช้ความรู้นั้นกับสถานการณ์จริง
ถ้าเรียนการตลาด แต่ไม่เคยลองสื่อสารกับลูกค้าจริง ก็อาจยังไม่เข้าใจว่าลูกค้าคิดอะไร
เรียนการเงิน แต่ไม่เคยคำนวณต้นทุนจากงานจริง ก็อาจยังไม่เห็นว่ากำไรเกิดขึ้นยากแค่ไหน
เรียนการจัดการ แต่ไม่เคยทำงานกับทีมจริง ก็อาจยังไม่รู้ว่าการบริหารคนท้าทายอย่างไร
เรียนโลจิสติกส์ แต่ไม่เคยจัดการสินค้าและเวลาในสถานการณ์จริง ก็อาจยังไม่เห็นความสำคัญของระบบหลังบ้าน
การเรียนแบบ Practice University จึงช่วยให้นักศึกษาได้เชื่อมสิ่งที่เรียนกับสิ่งที่ต้องใช้จริง
และที่สำคัญ เด็กไม่ได้ถูกปล่อยให้ลองผิดลองถูกคนเดียว แต่อาจารย์จะคอยทำหน้าที่เหมือนโค้ช คอยตั้งคำถาม คอยช่วยสะท้อน คอยชี้มุมที่เด็กอาจมองไม่เห็น และคอยประคองให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงอย่างมีทิศทาง
นี่คือความต่างของการ “ทำกิจกรรม” กับการ “เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ”
A: อาจารย์ไม่ได้เป็นแค่คนสอนหน้าห้อง แต่เป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ นักศึกษาในกระบวนการเรียนรู้
ในการเรียนแบบทำจริง อาจารย์ไม่ได้ทำแทนเด็ก แต่จะช่วย “จับมือคิด” และ “จับมือทำ” ในช่วงที่เด็กยังไม่มั่นใจ
เพราะการมีอาจารย์คอยโค้ชอยู่ข้าง ๆ จึงทำให้เด็กกล้าลองมากขึ้น กล้าพลาดมากขึ้น และกล้าเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น
จาก “หนูทำได้ไหม” ค่อย ๆ กลายเป็น “หนูลองทำแล้ว และหนูรู้แล้วว่าต้องปรับอะไร”



A: หนึ่งในตัวอย่างคือกิจกรรม INTERFAIR 2026: Thai Summer – Local to Global ที่นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ได้ออกไปเรียนรู้ในพื้นที่จริงอย่างท่ามหาราช
กิจกรรมนี้ทำให้นักศึกษาได้เห็นว่าการทำธุรกิจหนึ่งงานต้องใช้หลายทักษะรวมกัน ตั้งแต่การวางแผนสินค้า การจัดบูธ การสื่อสารกับลูกค้า การตั้งราคา การทำงานเป็นทีม การบริหารเวลา ไปจนถึงการแก้ปัญหาหน้างาน
แต่สิ่งที่สำคัญกว่างานขาย คือกระบวนการเรียนรู้ระหว่างทาง
เด็กได้เป็นคนลงมือทำเอง อาจารย์คอยเป็นโค้ชอยู่ข้าง ๆ
พื้นที่จริงกลายเป็นห้องเรียน ลูกค้าจริงกลายเป็นบทเรียน
และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกลายเป็นประสบการณ์ที่เด็กเอากลับไปพัฒนาตัวเองต่อได้
INTERFAIR จึงไม่ใช่ประเด็นหลักว่าขายอะไรได้เท่าไร แต่เป็นตัวอย่างของวิธีคิดว่า การเรียนบริหารธุรกิจควรทำให้เด็กได้สัมผัส “ของจริง” ตั้งแต่ยังเรียนอยู่
A: ถ้ากำลังคิดว่า เรียนบริหารที่ไหนดี อย่าดูแค่ว่ามีสาขาอะไรบ้าง หรือชื่อหลักสูตรน่าสนใจแค่ไหน แต่ควรดูด้วยว่า ที่นั้นเปิดโอกาสให้เราได้ลงมือทำจริงมากแค่ไหน
เพราะการเรียนบริหารธุรกิจที่ดีควรทำให้เด็กได้ทั้งความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และความมั่นใจ
ที่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย การเรียนจึงไม่ได้เน้นแค่ให้เด็กเข้าใจบทเรียน แต่พยายามทำให้เด็กมองเห็นการใช้ความรู้ในชีวิตจริง ผ่านกิจกรรม โครงการ การฝึกปฏิบัติ และการมีอาจารย์คอยโค้ชอย่างใกล้ชิด
เพราะสุดท้ายแล้ว การเรียนบริหารไม่ได้วัดแค่ว่าเรารู้จักคำว่า “ธุรกิจ” มากแค่ไหน แต่วัดว่าเราเริ่มคิดและลงมือทำแบบคนทำธุรกิจได้หรือยัง
อาจอยู่ในโปรเจกต์กลุ่ม
อาจอยู่ในห้องแล็บ
อาจอยู่ในกิจกรรมของคณะ
หรืออาจอยู่ที่ตลาดจริงริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างท่ามหาราชสิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าเรียนที่ไหนในเชิงสถานที่
แต่คือได้เรียนจาก “ของจริง” มากแค่ไหน
เพราะการเรียนบริหารธุรกิจที่ดี ไม่ได้สอนให้เด็กแค่ตอบข้อสอบได้
แต่ต้องทำให้เด็กกล้าตอบโลกจริงได้ด้วยตัวเอง
สนามจริงของเด็กบริหาร จึงไม่ได้เริ่มหลังเรียนจบ แต่มันเริ่มได้ตั้งแต่วันที่เด็กกล้าลงมือทำจริง