คนละครึ่งพลัส กับจิตวิทยาผู้บริโภค ทำไมคนไทยกลัวเสียสิทธิมากกว่ากลัวจ่ายเงิน
Student blog — 22/12/2025
Educational
Q1: ทำไม “คนละครึ่งพลัส” ถึงถูกมองว่าเป็นการตลาดภาครัฐที่สมบูรณ์กว่าหลายโครงการก่อนหน้า?
หากมองผ่านเลนส์การบริหารธุรกิจ คนละครึ่งพลัสไม่ได้เป็นแค่ “โครงการสวัสดิการ”แต่เป็น แคมเปญการตลาดระดับประเทศ ที่วางโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ให้กับประเทศ
ความสำเร็จของคนละครึ่งพลัสไม่ได้เกิดจาก “การแจกเงิน” อย่างผิวเผิน แต่เกิดจากการทำให้ “ประชาชนอยากใช้” และ “ร้านค้าอยากเข้าร่วม” จนออกมาเป็นความต้องการ หรือพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไปอย่างอัตโนมัติ และกลายเป็นแก่นของ State-Driven Marketing ที่ทรงพลัง
Q2: อะไรคือ “สูตรลับทางจิตวิทยาพฤติกรรมผู้บริโภค” ที่ทำให้คนละครึ่งพลัสเวิร์กขนาดนี้?
จากการตลาดแบบเดิม คือการทำ Sale Promotion แบบลด 20%–50% เพื่อกระตุ้นยอดขาย
แต่คนละครึ่งพลัส ใช้หลักจิตวิทยาที่ลึกกว่านั้น คือการจิตวิทยาการรักษาสิทธิ และการได้รับสิทธิในทันที คือ
แต่คนละครึ่งพลัส ใช้หลักจิตวิทยาที่ลึกกว่านั้น คือการจิตวิทยาการรักษาสิทธิ และการได้รับสิทธิในทันที คือ
- Loss Aversion: คนไทยกลัวเสียสิทธิ เพราะสำหรับพฤติกรรมผู้บริโภค บางครั้งผู้ซื้อไม่ได้รู้สึกว่า “อยากซื้อของ” แต่รู้สึกว่า “ถ้าไม่ใช้ เดี๋ยวจะเสียสิทธิฟรี”
- Immediate Reward: สิทธิประโยชน์ ที่ได้ประโยชน์ทันที การตลาดที่ไม่ต้องสะสม ไม่ต้องรอ ไม่ต้องแลกแต้ม เกิดความพึงพอใจแบบทันทีทันใด ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ภาคเอกชนสามารถทำได้ยาก ต่างจาก คนละครึ่งพลัส ที่ภาครัฐสนับสนุน
Q3: คนละครึ่งพลัส “โมเดลการบริหารภาครัฐยุคใหม่”?
เพราะคนละครึ่งพลัส แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลสามารถบริหารแบบ “องค์กรธุรกิจ” ได้จริง ไม่ใช่ราชการแบบเดิมๆ
- ฐานข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค (Data Analysis) คนละครึ่งพลัส ทำใหรัฐบาลมีข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคในมือ และรู้ว่าประชาชนใช้วันไหน–ซื้ออะไร–จังหวัดไหน จากข้อมูที่เคยหายาก แต่ปัจจุบันกลายเป็น real-time ที่พร้อมให้ใช้งาน
- การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีจากรัฐบาล เพื่อมุ่งต่อต้านการทุจริตทั้งการใช้ GPS, QR Code, การตรวจสอบข้ามระบบ จึงลดการโกงได้หลายรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
- วัดผลได้จริง รัฐบาลรู้ทันทีว่า ยอดใช้จ่ายเท่าไหร่ SME ได้ประโยชน์จริงหรือไม่ ประชาชนใช้สิทธิแค่ไหนซึ่งนี่คือ “หลักธรรมาภิบาลยุคดิจิทัล” ที่จับต้องได้และใช้ขับเคลื่อนการบริหารยุคใหม่

Q4: หลังจบโครงการ การตลาดไทยเปลี่ยนไปอย่างไรในระยะยาว?
แม้ คนละครึ่งพลัส จะสิ้นสุดลง แต่ “ร่องรอยของพฤติกรรมผู้บริโภค” ยังคงอยู่
- พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เพราะเงื่อนไขการใช้งานที่ทำให้ต้องใช้วันนี้ “ใช้วันต่อวัน” ไม่ใช่ ใช้ตอนสิ้นเดือน กลายเป็นพฤติกรรมใหม่ วัฎจักรใหม่ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวเร็วขึ้น
- ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากขึ้น Value for Money กลายเป็นคีย์เวิร์ดของการตลาดไทย ถ้าร้านไม่มีโปร ไม่คุ้มค่า ลูกค้าอาจเปลี่ยนร้านทันที
- ร้านค้าเริ่มเข้าใจการทำการตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค ร้านค้าเริ่มให้ความสำคัญ และเห็นภาพกับการทำโปรโมชั่น ทั้งหมดคือผลพวงของการเรียนรู้จากคนละครึ่ง
- Cashless กลายเป็น New Normal การสแกนจ่ายจาก “ครั้งคราว” กลายเป็น “พฤติกรรมประจำวัน” ที่ทุก Gen เข้าใจ
- SMEs เข้าสู่ยุคแข่งขันที่ดุเดือดมากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคเทียบราคาได้เร็ว ค้นหาร้านที่คุ้มกว่า SMEs ต้องปรับตัวทั้งด้านราคา–คุณภาพ–บริการ เพื่อรักษาลูกค้าไว้
✨ สรุปสุดท้าย: ทำไมคนละครึ่งพลัสถึงเป็น “การตลาดภาครัฐที่สมบูรณ์”?
เพราะมันคือ “สูตรสำเร็จ” ของนโยบายสาธารณะที่นำศาสตร์การตลาดมาใช้ได้ครบทุกมิติ ทั้งเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค กระตุ้นผู้ประกอบการ มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลดต้นทุน โปร่งใส วัดผลได้จริง และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ประชาชน

แชร์บทความนี้